พฤหัสบดี ก.ย. 09

ครูแหลมไปยะลา 3

ปิดโรงเรียนไปยะลา ศิลปะบำบัดเพื่อความสุข (วันสุดท้าย) 


ดูรูปภาพทั้งหมดได้ที่ http://laemkom.multiply.com/photos/album/242/242




เช้านี้เราตื่นมารับอากาศบริสุทธิ์ชมหมอกบนยอดเขากันแต่เช้า ท้องฟ้าเช้านี้สดใสจัง เช้านี้เรามีนัดทานข้าวที่ห้องปะชุมชั้น ๗ ตอน ๗โมงครึ่ง พอเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าเสร็จเราก็ออกจากห้องพักและเดินไปที่หน้าโรงพยาบาลกัน 


๗ โมงครึ่ง ยังไม่ถึงเวลาทำการแต่คนไข้ก็เดินเข้ามาไม่ขาดสาย เจ้าหน้าที่พยาบาลบางส่วนเริ่มปฏิบัติงานกันก่อนแล้ว คนส่วนใหญ่จะออกมาทำธุระในตอนเช้าๆให้เสร็จและในตอนเย็นจะรีบกลับบ้าน เพราะฉะนั้นในช่วงเช้าถึงประมาณ ๔ โมงเย็นทุกๆอย่างจะดำเนินไปอย่างปกติ แต่หลังจากนั้นบนถนนก็จะเงียบ...ทุกคนเรียนรู้ท่ีจะอยู่กับสิ่งเหล่านี้ ปรับเปลี่ยนตัวเองให้เข้ากันสถานะการณ์ที่เป็นอยู่ ที่ใครต่างมองว่าเป็นเมืองต้องห้าม เป็นเมืองที่อันตราย วุ่นวาย แต่คุณไม่รู้หรอกที่ยะลาเป็นเมืองที่สงบ...และเป็นอีกเมืองนึงที่คุณครูอยากกลับไปเที่ยวอีก 



วันนี้อาหารเช้ามีเมนูพิเศษมากมายที่คุณหมอดำรงค์ และพี่แหววเป็นคนจัดหามาให้ อาหารเช้ามื้อนี้เป็นอาหารพิ้นเมืองที่อร่อยล้ำจริงๆค่ะ คุณครูเป็นคนทานอาหารยาก แต่ถ้ามื้อนี้ไม่ได้ลองทานคงต้องเสียใจไปตลลอดชีวิตแน่นอน มีทั้งข้าวยำกับน้ำบูดู นาซิดาแฆ (เป็นข้าวมันทานกับแกงไก่หรือเนื้อ) โรตีกินกับแกงแพะ (ครูแหลมrequestตั้งแต่วันแรก ได้กินแล้วค่ะ) ข้าวเหนียวหน้ากุ้ง ทุกๆคนมองหน้ากันแล้วต่างหาตัวช่วย ช่วยกันแบ่งอาหารคนละครึ่งเพื่อจะได้กินได้ครบทุกๆอย่าง อร่อยสุดยอดจริงๆเลยค่ะ ทานกันจนอิ่มแปล้ มันเป็นอาหารเช้าที่หนักท้องมากๆ


เช้านี้คุณหมอหลายๆท่านต่างบอกเล่าเรื่องราว ประสบการณ์ของการมาใช้ชีวิตอยู่ที่ยะลา ประสบการณ์ที่จดจำมิรู้ลืม สิ่งร้ายๆที่เกิดขึ้นสร้างความหวาดหวั่นใจให้ทุกท่าน แต่ทุกท่านก็ยังอยู่ที่นี่ด้วยใจที่เสียสละ ด้วยความรับผิดชอบไม่เคยคิดจะทอดทิ้ง 



ทานอาหารเช้าเสร็จคุณหมออุดม คุณแต้วก็เข้าห้องประชุมเพื่อทำการบรรยายทันที ส่วนพวกเราก็เตรียมงานที่จะเข้าไปบรรยายในช่วงบ่ายเช่นกัน 



อาหารกลางวันมีอาหารอร่อยๆมากมายแต่มื้อนี้เราทานกันได้น้อยค่ะ เพราะว่าอาหารจากมื้อเช้ายังอยู่เต็มท้องอยู่เลย



บ่ายโมงตรงครูแหลมเริ่มทำการบรรยายทันที เปิดห้องประชุมเข้าไปวันนี้เรารู้สึกถึงบรรยากาศที่อบอุ่น บรรยากาศแห่งรอยยิ้มต้อนรับ ในห้องประชุมวันนี้มีคนมากกว่าทุกๆวัน ทุกคนมาด้วยความตั้งใจ ได้ทราบเช่นนี้ผู้สอนเกิดความปิติขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก 



การทำงานศิลปะทั้ง ๓ วันครูแหลมสอนเทคนิคไม่เหมือนกันเลย งานที่ ๑ วันน้ีครูแหลมสอนให้คุณหมอ คุณพยาบาล ได้รู้จักกับ Art symbol การใช้สัญลักษณ์เพื่อสื่อความหมาย ทุกสิ่งอย่างสามารถแทนค่าได้ด้วยสัญญาลักษณ์ ครูแหลมให้เลือกใช้ของ ๕ ชิ้น แทนค่าสัญลักษณ์ ๑. หัวใจ ๒. ดอกไม้ ๓.มีด ๔.มือ ๕.กุญแจ เมื่อได้หัวข้อที่กำหนดทุกคนเริ่มลงมือทำงานทันที สัญลักษณ์แทนใจ สัญลักษณ์แทนความหมายของแต่ละคนถูกร่างลงบนกระดาษขาวๆ และเริ่มลงสีด้วยสีชอล์คน้ำมัน และตามมาด้วยสีน้ำ ไม่นานนักหองทั้งห้องก็เงียบลง ทุกๆท่านเริ่มมีสมาธิกับการทำงาน และเสียงเพลงที่บรรเลง รัศมีแห่งความสุขเริ่มแผ่กระจายรอบตัว สังเกตุได้จากอารมณ์ รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ 



 


งานชิ้นที่ ๒ ครูแหลมสอนเทคนิคการใช้สีน้ำเหมือนทุกๆวันแต่วันนี้ พิเศษกว่าตรงที่มีเกลือเข้าเป็นส่วนประกอบในการทำงานศิลปะด้วย ทุกๆท่านสนุกกับการทำงานศิลปะในเทคนิคใหม่ พอระบายสีเสร็จร้องเรียกหาเกลือกันแทบทุกคน คุณหมออุดมมาช่วยแจกเกลือเดินตามโต๊ะแทบไม่ทัน เกลือจะช่วยดูดซับสีเมื่อแห้งแล้วทำเกิดรอยคล้ายกับเกล็ดหิมะ เกลือที่ใช้ควรจะเป็นเกลือละเอียด แต่นาทีฉุกเฉินที่ร้องหาเกลือในขณะทำงานนั้น พี่แหววไปหยิบขวดเกลือจากไหนมาก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ พอเทออกมาเป็นก้อนใหญ่ๆ เม็ดโตๆ เป็นที่เฮฮาของทุกคน แต่ก็พอใช้ได้อยู่ค่ะ คุณครูไม่ทันได้เตรียมไว้ก่อนขอโทษจริงๆนะคะ


 


เมื่อทำงานเสร็จแล้วทั้ง ๒ ชิ้น ศิลปินนำผลงานมาส่งหน้าชั้นเหมือนเดิม ครูแหลมก็เริ่มวิเคราะห์ภาพวันนี้วิเคราะห์ให้ได้เพียง ๓ ชิ้นเท่านั้น (มากกว่านี้เราจะตกเครื่องบินกันทั้งคณะ) จบด้วยการสรุปสั้นๆของคุณหมออุดม ครูแหลมกล่าวของคุณ คุณหมอ คุณพยาบาล และเจ้าหน้าที่ทุกๆท่าน “ขอบคุณนะครับที่ทุกท่านยังอยู่ และรักแผ่นดินแม่นี้ และยังเก็บไว้ให้อยู่คู่กับคนไทยทุกคน ขอบพระคุณมากครับ” คำกล่าวสั้นๆแต่กินเข้าไปในหัวใจทุกๆคน คุณครูยืนถ่ายภาพด้วยความตื้นตัน น้ำตาคลอ มันเป็นความปราบปลื้มใจที่สุดที่ได้มาเยือนเมืองยะลา พื้นที่ที่ใครๆไม่อยากมา หรือกลับมาอีก แม้แต่ประกันก็ยังไม่ยอมทำประกันให้เมื่อว่าเราจะมา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่พวกเรามา ถึงแม้จะเป็นการมาเพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่ก็ดีใจที่ได้มาสร้างความสุขเล็กๆน้อยๆให้กับผู้ที่มีจิตสาธารณะที่ยิ่งใหญ่ เสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม คุณครูยืนหมุนไปรอบตัวเก็บภาพความสุข ภาพรอยยิ้มทีงดงามไว้ในใจ ในไม่กี่นาทีข้างหน้านี้แล้วเราจากกันแต่ไม่ใช่ลาจาก  


 


วันนี้พวกเรารู้สึกว่าเวลามีน้อยเหลือเกิน อยากยืดเวลาออกไปให้นานกว่านี้ แต่คงทำไม่ได้ เสร็จจากการบรรยาย ทีมงานวิทยากรทั้ง ๖ คน (คุณหมออุดม คุณแต้ว ครูแหลม ครูแป๋ม ครูแจง ครูต้น) ก็เตรียมตัวออกเดินทางกลับทันที คุณหมอ คุณพยาบาล และพี่ๆเจ้าหน้าที่มากมายเดินมาส่งขึ้นรถตู้ เมื่อรถตู้ออกคุณครูหันหลังมองโรงพยาบาลยะลาจนลับตา เห็นคุณหมอประชาและคุณหมอดำรงค์ยืนส่งจนรถตู้ลับตาไปเช่นกัน 



    

คุณหมอบี๋ พี่แหวว และคุณพริ้ง ตามมาส่งถึงสนามบินหาดใหญ่ พวกเรานั่งรถตู้ใช้เวลาประ ๒ ชั่วโมง ฝนตกตลอดเส้นทาง หนักบ้าง เบาบ้างเป็นระยะๆ แต่บรรยากาศ ๒ ข้างทางงดงามจับใจ มีบางช่วงที่คุณครูเผลองีบหลับไปบ้าง แต่โชคดีที่ตื่นมาทันได้เห็นท้องฟ้ายามเย็น ฟ้าสีทอง ในเย็นวันฝนตก บางช่วงท้องฟ้าเป็นสีชมพูน่ารักสดใส มองไปทางทิศตะวันตกเห็นพระอาทิตย์ดวงโตกำลังจะตกดิน สวยงามมากเลยค่ะ “ครูแป๋มถ่ายรูปไม่เลิก” คุณหมออุดมแซว เพราะตั้งแต่เช้าคุณครูถ่ายรูปไม่หยุดจริงๆ พยายามจะเก็บความประทับใจทุกๆอย่างไว้ให้ได้เยอะๆ สายตายังมองจดจ้องที่พระอาทิตย์ “ถ้าเราจอดรถถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกดินเราจะตกเครื่องบินมั๊ยคะ” ครูแป๋มพูดออกมา “ตกค่ะ” คุณแต้วบอกทันที (ฮ่าๆๆๆ อดเลย)



เราแวะทานข้าวกันก่อนถึงสนามบิน (คุณครูจำชื่อร้านไม่ได้ค่ะ ขออภัย) พี่แหววกับครูแจงม่งหน้าไปที่สนามบินก่อนเพื่อไปเอาตั๋วเครื่องบินก่อนจะได้ไม่ฉุกละหุก ที่เหลือรออยู่ร้านอาหารสั่งอาหารไว้รอ ไม่นานนักพี่แหววกับครูแจงก็กลับมา ทุกคนพูดกันน้อยมากสำหรับอาหารมื้อเย็นวันนี้ เพราะเรารีบค่ะ เพราะใกล้เวลาขึ้นเครื่องเต็มที 



เกือบ ๒ ทุ่มเรามาถึงสนามบินหาดใหญ่ ทุกคนร่ำกันด้วยรอยยิ้ม พวกเราทั้ง ๖ คนมาถึงสนามบินอย่างปลอดภัยแต่ คุณหมอบี๋ พี่แหวว คุณพริ้ง ยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงในอีก ๒ ชั่วโมงข้างหน้ากว่าจะถึงยะลา “ไม่เป็นไรหรอกค่ะครู” พี่แหววบอก แต่เราก็อดเป็นห่วงไม่ได้ 


ใกล้เวลาแล้วพวกเราทุกคนจึงหันหลังจากมา รถตู้ขับออกไปไกลจนลับตาคุณครูได้แตภาวนาขอให้ทุกคนกลับถึงยะลาอย่างปลอดภัย คนอื่นๆคงคิดเหมือนคุณครู 



พวกเราเดินทางกลับด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 238 เวลา ๒ ทุ่ม ๒๐ นาที และมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิในเวลาเกือบๆ ๔ ทุ่ม ครูแหลมเตรียมตัวลาคุณหมออุดม และพี่แต้วกลับก่อน เพราะต้องไปส่งครูต้นที่พระราม ๙ และส่งครูแป๋มกับครูแจงที่เจริญพาศน์



 “อย่าเพิ่งกลับ...ครูแหลมมีส้มอีก” คุณหมอบอก ครูแหลมทำหน้างงเพราะไม่รู้ว่าเราจะได้รับส้มโชกุนเบตงแท้ของฝากจากยะลาที่คุณหมอกุลเดช ผ.อ.โรงพยาบาลยะลาจัดมาให้ด้วย พร้อมทั้งขนมคนละ ๑ กล่อง ขอบพระคุณมากๆเลยค่ะ พอได้กระเป๋าได้ของครบกันแล้วเราก็แยกย้ายกันกลับบ้าน คุณหมออุดมและพี่แต้วไปนั่งแท็กซี่กลับบ้าน ส่วนพวกเราเดินไปขึ้นรถจี๊ฟคันเก่งที่จอดทิ้งไว้ตั้งแต่วันจันทร์ ครูแหลมส่งทุกคนถึงบ้านอย่างปลอดภัย พอมาถึงที่โรงเรียนพี่แหววก็โทรมาถามข่าวคราวการเดินทางจากครูแจงทันที ขอบคุณมากๆเลยค่ะพี่แหวว ที่ดูแลพวกเราอย่างดี คุณครูสัญญาว่าถ้ามีโอกาสได้ไปอีกจะไปนั่งมอเตอร์ไซค์ซ้อนท้ายพี่แหววไปถ่ายรูปให้ทั่วเมืองยะลาเลยค่ะ


สุดท้ายนี้

ขอขอบพระคุณคุณหมอ คุณพยาบาลและเจ้าหน้าที่ที่โรงพยาบาลทุกๆท่านที่อำนวยความสะดวก และดูแลพวกเราเป็นอย่างดี 


ขอบพระคุณทุกๆท่านที่ยังอยู่ยืนหยัดเพื่อทุกคนที่ยะลา ขอบพระคุณทุกๆท่านที่ไม่ทิ้งยะลาดินแดนที่แสนงดงาม


ดูแลสุขภาพกายและใจให้แข็งแรงนะคะ คุณครูเป็นกำลังใจให้เสมอ ชื่นชมและภาคภูมิใจกับสิ่งที่ทุกๆท่านกำลังทำเพื่อคนไทยทุกๆคน 


ระลึกและคิดถึงทุกท่านค่ะ


ขอบพระคุณมากค่ะ

    ครูแป๋ม


Comments (0)Add Comment

Write comment
quote
bold
italicize
underline
strike
url
image
quote
quote
smile
wink
laugh
grin
angry
sad
shocked
cool
tongue
kiss
cry
smaller | bigger

busy