พฤหัสบดี ก.ย. 09

มากมั้ยครับพี่ๆทุกคน...ที่ยะลา...


 

เคยไปต่างจังหวัดไหมครับ? จังหวัดที่ไม่ใช่บ้านของตัวเอง แล้วไปทำไมครับ? ไปเที่ยว ไปทำงาน? 

เคยไปเชียงใหม่ไหมครับ? ไปทำไมครับ? ไปเที่ยว? ไปทำงาน?

เคยไปขอนแก่นไหมครับ? ไปทำไมครับ? ไปเที่ยว? ไปทำงาน?

เคยไปเมืองกาญจน์ไหมครับ? ไปทำไมครับ? ไปเที่ยว? ไปทำงาน?

เคยไป…......

ผมเป็นคนต่างจังหวัดอยู่แล้ว และมาทำงานอยู่ที่กรุงเทพมหานครซึ่งก็ไม่ใช่ต่างจังหวัด…

และผมมีโอกาสออกจากกรุงเทพฯ ไปต่างจังหวัดอีกครั้ง 

ผมไป……ยะลามาครับ………

 

 

     ยะลาเป็นหนึ่งในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งไม่มีใครประสงค์จะไปเที่ยวพักผ่อนแน่นอน แต่ที่ยะลาก็มีคนอยู่นะครับ เพราะพวกเขาเหล่านั้นคือคนยะลา และยะลาก็เป็นบ้านของพวกเขา เหมือนบ้านเรานี่ล่ะครับ


     มีคนเคยบอกว่า “อยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเหมือนอยู่ที่บ้าน” … รู้สึกอย่างไรไหมครับ

ผมได้มีโอกาสไปยะลากับครูแหลมและเพื่อนๆ ศิลปะแหลมคม ครูแหลมไปบรรยายอบรมเรื่อง “การบริหารตนเอง เพื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข” ให้กับพี่ๆ คุณหมอ พยาบาล ที่โรงพยาบาลยะลา มีทั้งครูแหลม คุณหมออุดม คุณครูแต้ว ทุกท่านมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน ผมโชคดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลานี้ด้วย…


     ข่าวหมีแพนด้าที่เชียงใหม่กำลังครึกครื้น ทุกคนแห่ไปดูหมีแพนด้า ซึ่งหมายถึงรายได้ของจังหวัดเชียงใหม่ เศรษฐกิจไหลลื่นคล่องตัวสะดวกสบาย ผู้คนก็มีความสุข ผมเป็นคนลำพูน สัมผัสชีวิตแบบเหนือๆ มาตั้งแต่เกิด


     ที่ยะลานี่ก็เหมือนกัน ข่าวเรื่องความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็เหมือนกับข่าวหมีแพนด้านั่นแหละครับ แต่ว่าข่าวนี้มันคงตกตะกอน เป็นเรื่องที่ไม่แปลกใหม่สำหรับทุกคนแล้ว ทุกคนจะไปรู้อะไร เพราะมันก็แค่ข่าว รับเข้ามา ซึมซับ แล้วก็ผ่านไป ตกตะกอนแค่ว่า “มันไม่สงบ มันมีระเบิด”


     นับแต่เวลาที่ก้าวเท้าออกจากสนามบินหาดใหญ่ ขึ้นรถตู้โรงพยาบาล เดินทางไปจังหวัดยะลา ความรู้สึกมันก็ไม่เหมือนเดิมแล้วครับ ไม่เหมือนทุกครั้งที่นั่งรถตู้เพื่อจะไปสถานที่แห่งใดแห่งหนึ่ง นี่เราขึ้นรถตู้ไปจังหวัดยะลา จังหวัดที่มีพวกโจรก่อการร้าย และผมก็ไม่ใช่นักเรียนนายร้อยที่ชำนาญการรบ ไม่ใช่สายลับ 007 ที่ยังไงก็ไม่มีใครฆ่าให้ตายได้ และก็ไม่ใช่ Hitman ด้วยครับ


     ระหว่างทางจากสนามบินหาดใหญ่ไปจนถึงยะลา ต้องผ่านปัตตานี ใช้เวลาในการเดินทางเกือบ 2 ชั่วโมงครับ สองข้างทางไม่มีตึก ไม่มีสะพานลอย ไม่มีร้านคาราโอเกะ ไม่มีอาบอบนวด ไม่มีโรงหนัง ไม่มีป้ายรถเมล์ ไม่มีแฟมิลี่มาร์ท ที่มีก็คือบ้าน...บ้าน... (ก็คือบ้านนั่นแหละ) มีต้นไม้ และก็มีป้อมทหาร ทหารถือปืน M-16 รถหุ้มเกราะ เป็นระยะๆ ครับ พอจะนึกออกไหมครับว่ามันไม่เหมือนกันยังไง กับต่างจังหวัดในความคิดของท่าน....

 
 

     รถบนถนน ซึ่งถนนมีไว้สำหรับให้รถวิ่ง เดินทาง โดยสาร จากจังหวัดนี้ไปจังหวัดโน้น จากจังหวัดโน้นไปจังหวัดนู้น ถนนที่นี่มีอีกอย่างหนึ่งเพิ่มขึ้นมา คือความกังวล ความกลัว ไม่เหมือนกันหรอกครับ ยังไงก็ไม่เหมือน

     จังหวัดยะลาถูกโอบอุ้มด้วยภูเขาสูง เป็นจังหวัดที่มีความสมบูรณ์ทั้งด้านป่าไม้ ทรัพยากรธรรมชาติ ปลูกข้าวได้ มีน้ำ มีทะเล โดยส่วนตัวแล้วนะครับ ผมว่าเป็นจังหวัดในฝันของคนที่ต้องการความสงบเลยครับ ใช้ชีวิตอยู่อย่างเรียบๆ ที่เหนือก็มีภูเขาเหมือนกันครับ แต่ผมว่ามันคนละความรู้สึก ผมก็เห็นภูเขามาตั้งแต่เกิดแต่ว่ามันไม่เหมือนกันครับ…

     แรกๆเมื่อถึงโรงพยาบาลยะลาแล้วลงจากรถไม่มีเวลาได้เก็บรายละเอียด หรือสัมผัสอะไรมากนัก ผู้คนวุ่นวาย ( ภายในโรงพยาบาลนะครับ) ก็เหมือนโรงพยาบาลทุกๆที่ โรงพยาบาลยะลาอยู่ในตัวเมืองซึ่งแน่นอนเมื่อเป็นอำเภอเมือง คนก็ต้องเยอะแยะและเป็นที่ๆ เจริญที่สุดในจังหวัด พวกเราก็ต้องรีบจัดเตรียมอุปกรณ์เตรียมบรรยายลงจากรถตู้ก็ก้าวเข้าสู่ตึกเลย…ทุกอย่างใหม่หมดครับ…รวมทั้งความรู้สึก….


     ในห้องบรรยาย ผมได้มีโอกาสคุยกับคุณป้าท่านหนึ่งครับ ไม่รู้ว่าคุณป้าเขาเป็นคุณหมอ พยาบาล หรือเป็นแพทย์ หรือ อะไรนะครับเพราะทุกๆ ท่านที่ผมเจอตลอดทั้งสามวันนั้น ผมว่าเหมือนกันหมด คือ เป็นผู้ที่ผมเริ่มจะรู้จักและแน่นอนว่าถ้าผมอยู่นานกว่านี้ผมต้องรู้จักทุกคนแน่ครับ… ด้วยความเป็นกันเองของทุกๆ คนทำให้ผมรู้สึกว่า มันไม่เครียด ไม่อึดอัด หรือไม่มีความรู้สึกว่าแย่แล้ว….ทุกๆ คนน่ารักมากๆ ครับ…จริงๆ ครับ ผมพูดจริงๆ….

     คุณป้าได้ถามผมว่า "มาที่นี่กลัวไหม" และผมก็ตอบท่านไปว่า…”จะเรียกว่ากลัวก็คงกลัวอยู่ครับ แต่พอผมมาถึงที่นี่ ก็ไม่มีอะไรแล้ว…ที่จริงมันไม่ได้มีอะไรใช่ไหมครับ" .คุณป้าท่านเลยบอกกับผมว่า ”จะว่าไม่มีอะไรก็คงไม่ได้ แต่เรารู้แล้วกันว่าที่ไหนเป็นแหล่งเราก็ไม่ไป แบบไหนมันเสี่ยงเราก็ไม่เข้าใกล้เท่านั้นแหละนะ คนที่นี่เขาจะรู้กัน"ทำให้ผมรู้เลยว่าที่นี่จริงๆ แล้วเป็นอย่างไรครับ หลังจากจบการบรรยายกิจกรรมทุกอย่างเสร็จ เก็บของเสร็จ คุณหมอดำรงค์ และพี่แหวว ก็พาพวกเราไปยังที่พักครับ อยู่ในโรงพยาบาลนี่แหละครับ  

 

      เวลาที่เหลือพอมีโอกาสได้พักงีบสักนิดหน่อย ประมาณทุ่มครึ่งคุณหมอดำรงค์ก็มาเรียกพวกเราไปทานข้าวครับ…เราก็ทานกันในโรงพยาบาลนี่แหละครับ ทางโรงพยาบาลเขาจัดเลี้ยงให้…อาหารอร่อยมีทุกอย่างครับ พี่ๆ พยาบาลและคุณหมอก็มากินกัน ทุกคนมากินกัน บางคนต้องรีบไปทำงานต่อ เข้ากะต่อ ก็มากินข้าวเอาแรงกันก่อน สนุกดีครับ ลักษณะเหมือนครอบครัวใหญ่ที่ทุกๆ คนรู้จักกัน ผมไม่เคยอยู่ในโรงพยาบาลและใช้ช่วงเวลาแบบนี้ครับตั้งแต่เกิดมา การทำอะไรทุกอย่างในโรงพยาบาล มันแปลกสำหรับผมครับ

     หลังจากเสร็จสรรพก็มานั่งฟังคุณหมออุดมบรรยายเรื่องที่พยาบาลคุณหมอเขารู้เรื่องกันครับ ตัวของผมเองตั้งใจฟังมากถึงแม้ว่าบางอย่างเราจะไม่รู้เรื่องเลยก็ตาม มันเป็นอะไรที่แปลกใหม่ครับ….หลงคิดไปว่านี่ถ้าเราเรียนเก่งสักนิดได้มีโอกาสไปเป็นคุณหมอกับเขาบ้างจะเป็นอย่างไรนะ….แต่อย่าลืมนะครับว่าที่นี่คือยะลา คุณหมอที่นี่ไม่เหมือนกับคุณหมอที่อื่น…คนในโรงพยาบาลที่นี่ไม่เหมือนกับโรงพยาบาลที่อื่น…ทุกคนมีใจยิ่งกว่าที่อื่นครับ…ใจที่แข็งแกร่งทุกครั้งที่ต้องตื่นขึ้นมา …ใจที่อ่อนล้าทุกครั้งที่หลับใหล….ไม่เหมือนกันครับ อย่างไรก็ไม่เหมือนกัน


     ประมาณสามทุ่มถึงเดินกลับที่พักครับ จำได้ไหมครับ เมื่อเช้ายังวุ่นวายอยู่เลย แต่เวลานี้ทั้งในโรงพยาบาล และนอกรั้วโรงพยาบาล เงียบสนิทครับ ไฟถนนยังคงต้องทำหน้าที่ของมัน ทุกอย่างเริ่มที่จะช้าลงครับ ช้าลง….จริงๆ ครับ ลองคิดดูซิว่าเวลานี้ในเมืองที่เป็นอำเภอเมืองของทุกจังหวัด รถราคงยังเต็มถนนอยู่ บางคนกินข้าว บางคนไปเที่ยว บางคนกลับบ้าน พวกเด็กแว้นก็กำลังเตรียมตัว วัยรุ่นก็กำลังพริ้วเลยครับช่วงเวลานี้….แต่ที่นี่ไม่ใช่ครับ

     ที่บ้านผมแม้จะเงียบอย่างนี้เหมือนกันในเวลานี้ เพราะไม่ใช่อำเภอเมืองแต่มันก็เป็นการเงียบแบบปกติ….แต่ที่นี่มันเงียบแบบไม่ปกติครับ (เปลี่ยนจากเด็กแว้นเป็นทหารถือ m-16 เปลี่ยนจากรถซิ่งแรงๆเป็น รถฮัมวี่ )
  
     เช้าวันต่อมา คุณหมอพาไปกินติ่มซำที่ร้านติ่มซำเจ้าอร่อยครับ ผมว่าทุกๆ เช้าที่ไหนก็คงเหมือนกันหมด ตรงที่มีรถราสัญจรกันวุ่นวาย ไปโรงเรียน ไปทำงาน ไปทำธุระ ที่นี่ก็เหมือนกันครับ เป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น การใช้ชีวิตตอนเช้าเป็นไปอย่างปกติครับ… มันจะไม่ปกติก็ช่วงตอนค่ำนี่แหละครับ

     คุณครูแหลมมีบรรยายช่วงบ่าย เมื่อเราเตรียมของอะไรเรียบร้อยแล้วถึงมีเวลาเดินเล่นกันได้ครับ มองไปข้างนอกตึกทางหน้าต่างชั้นเจ็ดที่เราอยู่นี่ ทุกอย่างก็ดูสงบสุขดีครับ ธรรมดาๆ เห็นรถทหารวิ่งผ่านไปบ้าง ถ้าที่นี่ไม่มีปัญหาเรื่องไฟใต้คงเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวชอบมากๆ อีกจังหวัดหนึ่งแน่นอนเลยครับ มองไปไม่ไกลหลังภูเขานู่นก็เป็นอำเภอเบตงแล้วครับ…ทุกคนบอกว่าเบตงสวยมาก…เคยไปปายไหมครับ สวยแบบนั้นเลย

     แต่สถานการณ์เป็นแบบนี้ ถ้ามองในข้อดีเล็กๆ ก็มีอยู่นะครับ … สิ่งที่มีอยู่ที่นี่จะไม่ถูกแปรสภาพเป็นแหล่งธุรกิจ จากธรรมชาติเป็นเมือง  จากความสงบเงียบเป็นความวุ่นวาย  จากความสวยงามแบบธรรมชาติๆ เป็นความสวยงามแบบถูกจัดไว้  เบตงก็จะคงเป็นเบตงต่อไปครับ…. 
 
 
      เย็นนี้คุณหมอพาเราไปทานข้าวข้างนอกครับ  ทุ่มครึ่ง…มืดได้ใจเลย เหมือนที่ได้บอกครับ ว่ามันเงียบแบบไม่ปกติ ร้านที่เราไปทานนั่นก็เหมือนว่าจะเคยโดนระเบิดมาแล้วนะครับ…(ไม่ต้องบอกก็ได้มั้งครับคุณหมอ) นั่งได้สักพักไฟดับครับ! พี่แหววบอกว่าที่นี้ถ้าไฟดับต้องระวัง เพราะทุกๆ ครั้งที่สถานการณ์รุนแรงไฟจะดับก่อน ไฟฟ้าในเมืองจะถูกตัด เสาสัญญาณโทรศัพท์จะถูกโค่น ในเมืองจะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ทุกคนต้องช่วยเหลือตัวเองอย่างมีสติ แต่วันนี้ไม่มีอะไรหรอกแค่ไฟดับ (โธ่… จะบอกอะไรอีกไหมครับพี่แหวว ) 
 
 
    อาหารอร่อยมากครับ รับประทานไปอย่างเต็มที่เลย สามทุ่มถึงจะเรียบร้อย สงสัยเราต้องรีบกลับกันแล้ว….แต่ยังครับ! ต้องไปขับรถเที่ยวชมเมืองกันก่อนนะ….(จะดีไหมเนี่ย) ไฟถนนสีส้มสว่างทั่วเมือง ผังเมืองยะลาจัดไว้ได้อย่างดีเยี่ยมเลยครับ ทุกซอยทะลุกันหมดเป็นวงกลม และตรงกลางคือเสาหลักเมือง

     การสัญจรแน่นอนว่าสะดวก เพราะตอนนี้ไม่มีคนใช้ถนนหรอกครับ….คุณหมอพาข้ามทางรถไฟไปอีกซีกหนึ่งของเมืองที่เรียกกันว่า "ตลาดเก่า" รู้ไหมครับว่า สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนเลยคือ ที่นี่มีคนพลุกพล่าน มีพี่น้องมุสลิมนั่งกินข้าว ดื่มน้ำชา มีร้านขายของข้างทาง…ถ้าตรงไปอีกจะเจอเแม่น้ำปัตตานีซึ่งสวยมาก แต่คุณหมอและพี่คนขับรถบอกว่า "ถ้าไปตอนนี้คงไม่ดีแน่" ก็เลยกลับรถมาทางเดิม…สองข้างทางยังคงครึกครื้นอยู่ครับ แต่พอข้ามทางรถไฟมา ทุกอย่างก็กลับมาเหมือนเดิม ไม่มีการเคลื่อนไหว มีแต่ไฟสีส้มบนท้องถนน คนที่เดินอยู่ข้างทางอย่าได้มองหา เพราะว่าไม่มีเลยครับ ทั้งๆ ที่เมื่อกี้ยังมีอยู่เยอะแยะ….รถบนถนนในตัวเมืองแทบจะไม่มีสวนทางกัน ถนนโล่งเลยครับ….นึกภาพออกนะครับ แบบนั้นแหละครับ…ได้เวลากลับโรงพยาบาลกันแล้ว

     ตื่นแต่เช้า …เช้านี้เป็นเช้าวันพุธที่ 1 กรกฎาคม 2552  เย็นนี้เราจะกลับกรุงเทพฯกันแล้ว อาหารเช้าวันนี้ทานกันในโรงพยาบาลครับ 
คุณหมอดำรงค์มีอาหารอร่อยๆ มาให้พวกเราลองทานกัน เป็นอาหารพื้นเมืองยะลา อย่างเช่น ข้าวยำบูดู  นาซิดาแฆ และมีอีกมากมาย ได้ลองทุกอย่างเลยครับ….ขอบคุณคุณหมอมากครับ…

     กิจกรรมวันนี้เสร็จสิ้นในเวลาประมาณห้าโมงเย็น เราออกจากโรงพยาบาลมาพร้อมกับพี่ๆ คุณหมอที่มาส่งถึงสนามบินหาดใหญ่ ฝนตกตลอดทางเลยครับ เราออกมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่มืด…ประมาณสองทุ่มก็ถึงสนามบิน และเครื่องบินออกเวลา 20.15 ครับ อีกไม่ถึงสองชั่วโมงเราก็ถึงบ้านแล้ว….ถือว่าเสร็จสิ้นช่วงเวลาที่ไม่เป็นปกติของเรา….พอกลับมาแล้วนี่ก็เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
 
     แต่พี่ๆ คุณหมอที่มาส่งเรา ยังต้องกลับไปยะลา ใช้เวลาอยู่ในรถตู้ บนถนนที่แน่นอนว่าไม่มีใครอยากจะใช้สัญจรในช่วงเวลานี้อีกถึงกว่าสองชั่วโมง มันช่างต่างกันอย่างสิ้นเชิง เราเหมือนฝันแล้วตื่น….แล้วพี่ๆ คุณหมอล่ะครับ จะเหมือนกับเราได้อย่างไร
 
     อย่าถามเลยครับว่ารู้สึกอย่างไร เพราะต่อให้พรรณนาไปมากมายแค่ไหน มันก็ไม่มากเท่าความรู้สึกของทุกคนที่อยู่ที่นั่นหรอกครับ เราก็แค่คนที่มีโอกาสได้สัมผัสเศษเสี้ยวความรู้สึกแค่นั้น
    “ สิ่งที่เราเป็นอยู่ สิ่งที่เราสัมผัสอยู่ ชีวิตที่เราใช้อยู่  สังคมที่เราอาศัยอยู่ 
เวลาที่เรามีอยู่  เราไม่จำเป็นต้องหวาดระแวงใดๆ เลยถ้าตัวเราเองไม่ไป
ก้าวล่วงกรอบของมัน ไม่ทำอะไรเสี่ยงต่อสิ่งที่จะเป็นอันตรายต่อตัวเราเอง
… เราก็อยู่ของเรา…
หากแต่ว่าพี่น้องของเราส่วนหนึ่งก็ปรารถนาสิ่งเดียวกับเรา…
แล้วเรายังไม่พอใจในสิ่งที่เรามีอยู่อีกหรือ…” 

 
…. ขอให้ทุกๆ คนที่อยู่ที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อยู่อย่างมีความหวังนะครับ ….
Comments (1)Add Comment
To my mind
written by Julissa, June 17, 2010
Good article. I am interested in the following: where do you download music and films? I download video and music here.
report abuse
vote down
vote up
Votes: +0

Write comment
quote
bold
italicize
underline
strike
url
image
quote
quote
smile
wink
laugh
grin
angry
sad
shocked
cool
tongue
kiss
cry
smaller | bigger

busy