อำนาจเงิน กับ ความสุขในชีวิต
เงิน” มีมากแล้วมีความสุขจริงหรือ การดิ้นรนต่อสู้เพื่อเป้าหมายของชีวิตของคนจำนวนมากในยุคปัจจุบันนี้การดิ้นรนต่อสู้เพื่อเป้าหมายของชีวิตของคนจำนวนมากในยุคปัจจุบันนี้ เกิดจากปัจจัยสำคัญคือ “เงินตรา” นำมาซึ่งความสุข
มีปราชญ์ท่านหนึ่งได้เขียนไว้ว่า “เงินมิใช่ตัวความสุข หากแต่เป็นเพียงหนทางไปสู่ความสุข”
ถ้าท่านเป็นคนใช้เงินได้ถูกต้อง
ความสุขที่เกิดขึ้นนั้นอยู่ที่การมีสุขภาพที่ดี มีมิตรภาพที่ดี มีความรักที่ดี และครอบครัวที่ดี
หรือ อื่น ๆ อีกมากมาย
แล้วแต่ละคนจะคิดและพอใจ
การหาเงินไม่ใช่เป้าหมายของชีวิตในคนหนึ่ง
แต่ในอีกคนหนึ่งอาจจะคิดว่าการหาเงินเป็นเป้าหมายแท้จริงของชีวิต
คนที่มุ่งหาแต่เงินโดยเข้าใจว่าเป็นความสุข มักจะเกิดความสับสน และการเดินทางแสวงหาเพื่อที่จะให้ตนเองมีเงินมาก ๆ
โดยตั้งเป้าหมายว่า มีเงินมากแล้วมีความสุข ก็อาจไปไม่ถึงเป้าหมายนั้นเสียที
ยิ่งกว่านั้น บางครั้งยังจะต้องเกิดการสูญเสีย
เช่น ครอบครัว สุขภาพ เสียเวลา และอีกมากมายเพื่อแลกเอามาก็เป็นได้
บางคนมีความคิดว่า การกินอยู่ที่ต่ำกว่าฐานะ
จนสามารถออกเงินได้มากมาย และนำเงินไปลงทุน เพื่อให้เงินงอกเงยขึ้นมา
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเป้าหมายสุดท้ายของชีวิต คือ ความสุข
จากการที่ตนเองอดออกถนอมใช้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อ จะได้มีโอกาสใช้เงินที่ตนเองหามาได้
ให้เกิดความสุข ก็เท่านั้นเอง
ท่านจะคิดในสิ่งไหน อย่างไร ก็สุดแท้แต่ตัวท่านเอง เพราะเป็นชีวิตของท่าน
ปัญหาสำคัญคือ มนุษย์ทุกวันนั้ ความต้องการด้านวัตถุนั้นมีมากขึ้น
การดิ้นรนหาเงินหาทองมาเพื่อใช้แลกซื้อวัตถุให้เทียมหน้าเทียมตาเพื่อน ๆ
แต่สิ่งเหล่านี้ บางครั้งก็มีความจำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
บางครั้งบางสิ่งก็ไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ในชีวิตประจำวัน
ก็สุดแท้แต่ท่านอีก เหมือนกันที่จะคิดพิจารณา.......
-โรงเรียนศิลปะแหลมคม ให้ทุนเรียนศิลปะตั้งแต่ ขั้นต้น จนถึงปริญญาสูงสุด
-ตอนนี้เรียนจบ ป.ตรี แล้ว ๔๒ คน กำลังอยู่ ป.โท ๒ คน
-ทุนให้เปล่าๆ ไม่ต้องกลับมาใช้
-ให้เพื่อเป็นคนดี มองโลกให้สวยงาม เล่าขานให้ทุกคนฟังด้วยงานศิลปะ
-เรามีความสุขที่...ให้...
-ศิลปะสอนให้เรามีความสุข...
-เรื่องง่ายๆ...นะครับ
-มีเงินมาก มีความสุขจริงหรือ
-ตอนนี้เรียนจบ ป.ตรี แล้ว ๔๒ คน กำลังอยู่ ป.โท ๒ คน
-ทุนให้เปล่าๆ ไม่ต้องกลับมาใช้
-ให้เพื่อเป็นคนดี มองโลกให้สวยงาม เล่าขานให้ทุกคนฟังด้วยงานศิลปะ
-เรามีความสุขที่...ให้...
-ศิลปะสอนให้เรามีความสุข...
-เรื่องง่ายๆ...นะครับ
-มีเงินมาก มีความสุขจริงหรือ
มีนิทานว่า...
แต่ก่อนนานมาแล้วยังมีชายชราคนหนึ่งแก่มาก
หากใบหน้าของเขายังคงอิ่มเอิบเปล่งประกายเลือดฝาด
เคราสีเงินยวงสะอาดตาของเขายาวปกคลุมมาถึงหน้าอก ร่างกายของเขาแข็งแรงมาก
ตายังไม่ฝ้าฟาง หูก็ยังไม่หนวก เขามีลูกหลานเต็มบ้านเต็มเมือง
ซึ่งเขาก็ยังเป็นคนจัดการทุกสิ่งทุกอย่างภายในครอบครัว
ปีนี้ เขาตัดสินใจว่าจะเลือกใครคนหนึ่งจากลูกชาย ๑๕ คนของเขา
มาสืบทอดภารกิจนี้เสียที แต่ว่าจะเลือกใครดีละ
เมื่อชายชราคิดวิธีที่ดีที่สุดได้ จึงสั่งให้ลูกชายทั้ง ๑๕ คนมาพบ
แล้วแจกเมล็ดดอกไม้ให้ลูก ๆ คนละ ๑ เมล็ด พร้อมทั้งบอกว่า
ใครสามารถปลูกเมล็ดพืชนี้ให้งอกงามจนออกดอกบานสะพรั่ง
คนนั้นก็จะได้เป็นผู้สืบทอดมรดกต่อไป
เมื่อลูก ๆ ได้เมล็ดพืชมาแล้ว ต่างนำไปปลูกและดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี
ลูกชายคนเล็กของชายชราผู้นี้มีชื่อว่า เสี่ยวเหลียงจือ
เมื่อได้เมล็ดดอกไม้แล้ว เขาก็นำไปปลูกในกระถาง
รดน้ำเอาใจใส่อย่างดีทุกวันทุกคืน แต่เมล็ดพืชนั้นก็ไม่แตกกล้าสักที
เสียวเหลียงจือรู้สึกเศร้าโศกเสียใจมากเวลาผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว
ฤดูร้ อนย่างกรายมาถึงแล้ว
ชายชราผู้เป็นพ่อกำหนดว่าวันนี้จะเป็นวันคัดเลือกดอกไม ้ของลูก
ลูกทุกคนต่างอุ้มกระถางดอกไม้ที่ออกดอกบานสะพรั่งอย่างสวยสดงดงาม
มาให้ผู้เป็นพ่อชม เพื่อรอการคัดเลือก
ชายชราเดินตรวจดอกไม้ที่สวยงามในมือของลูกๆ
ด้วยสีหน้าที่ไม่มีแววยินดีแม้แต่น้อย
เขาเดินตรวจจากบุตรชายคนโตมาจนถึงบุตรชายคนที่ ๑๔ โดยมิได้หยุดเลย
เมื่อเดินมาถึงเสี่ยวเหลียงจือ บุตรชายคนสุดท้อง ซึ่งยืนถือกระถางเปล่า
ที่ไม่มีทั้งต้นไม้และดอกไม้ ชายชราจึงหยุดกึกอยู่ตรงนั้น
เสี่ยวเหลียงจือน้ำตาไหลพราก กล่าวกับบิดาอย่างสำนึกผิดว่า
"พ่อครับ ผมไม่มีดอกไม้จะมอบให้พ่อ..."
ชายชรากลับแย้มยิ้มและพูดอย่างยินดีปรีดาว่า "ลูกเอ๋ย..
สิ่งที่เจ้ามอบให้พ่อนั้นมีค่ายิ่งกว่าดอกไม้มากมายนัก"
"อะไรหรือครับ"
"ความซื่อสัตย์ไงละ"
เรื่องราวเป็นอย่างไรกันแน่...
ชายชราจึงเปิดเผ ยความลับต่อลูกๆ ว่า ที่แท้เมล็ดพืชที่ตนแจกแก่ลูกๆ นั้น
เป็นเมล็ดพืชที่นำไปคั่วจนสุกแล้ว ดังนั้น
ต้นไม้ที่ผลิดอกสวยงามเหล่านั้น
ล้วนมาจากเมล็ดพืชจากที่อื่นไม่ใช่เมล็ดพืชที่ผู้เป็นพ่อแจกให้
ดอกไม้พวกนี้จึงเป็นสักขีพยานยืนยันความไม่ซื่อตรงของพวกเขา
สุดท้ายชายชราจึงกล่าวอบรมลูก ๆ ว่า
แต่ก่อนนานมาแล้วยังมีชายชราคนหนึ่งแก่มาก
หากใบหน้าของเขายังคงอิ่มเอิบเปล่งประกายเลือดฝาด
เคราสีเงินยวงสะอาดตาของเขายาวปกคลุมมาถึงหน้าอก ร่างกายของเขาแข็งแรงมาก
ตายังไม่ฝ้าฟาง หูก็ยังไม่หนวก เขามีลูกหลานเต็มบ้านเต็มเมือง
ซึ่งเขาก็ยังเป็นคนจัดการทุกสิ่งทุกอย่างภายในครอบครัว
ปีนี้ เขาตัดสินใจว่าจะเลือกใครคนหนึ่งจากลูกชาย ๑๕ คนของเขา
มาสืบทอดภารกิจนี้เสียที แต่ว่าจะเลือกใครดีละ
เมื่อชายชราคิดวิธีที่ดีที่สุดได้ จึงสั่งให้ลูกชายทั้ง ๑๕ คนมาพบ
แล้วแจกเมล็ดดอกไม้ให้ลูก ๆ คนละ ๑ เมล็ด พร้อมทั้งบอกว่า
ใครสามารถปลูกเมล็ดพืชนี้ให้งอกงามจนออกดอกบานสะพรั่ง
คนนั้นก็จะได้เป็นผู้สืบทอดมรดกต่อไป
เมื่อลูก ๆ ได้เมล็ดพืชมาแล้ว ต่างนำไปปลูกและดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี
ลูกชายคนเล็กของชายชราผู้นี้มีชื่อว่า เสี่ยวเหลียงจือ
เมื่อได้เมล็ดดอกไม้แล้ว เขาก็นำไปปลูกในกระถาง
รดน้ำเอาใจใส่อย่างดีทุกวันทุกคืน แต่เมล็ดพืชนั้นก็ไม่แตกกล้าสักที
เสียวเหลียงจือรู้สึกเศร้าโศกเสียใจมากเวลาผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว
ฤดูร้ อนย่างกรายมาถึงแล้ว
ชายชราผู้เป็นพ่อกำหนดว่าวันนี้จะเป็นวันคัดเลือกดอกไม ้ของลูก
ลูกทุกคนต่างอุ้มกระถางดอกไม้ที่ออกดอกบานสะพรั่งอย่างสวยสดงดงาม
มาให้ผู้เป็นพ่อชม เพื่อรอการคัดเลือก
ชายชราเดินตรวจดอกไม้ที่สวยงามในมือของลูกๆ
ด้วยสีหน้าที่ไม่มีแววยินดีแม้แต่น้อย
เขาเดินตรวจจากบุตรชายคนโตมาจนถึงบุตรชายคนที่ ๑๔ โดยมิได้หยุดเลย
เมื่อเดินมาถึงเสี่ยวเหลียงจือ บุตรชายคนสุดท้อง ซึ่งยืนถือกระถางเปล่า
ที่ไม่มีทั้งต้นไม้และดอกไม้ ชายชราจึงหยุดกึกอยู่ตรงนั้น
เสี่ยวเหลียงจือน้ำตาไหลพราก กล่าวกับบิดาอย่างสำนึกผิดว่า
"พ่อครับ ผมไม่มีดอกไม้จะมอบให้พ่อ..."
ชายชรากลับแย้มยิ้มและพูดอย่างยินดีปรีดาว่า "ลูกเอ๋ย..
สิ่งที่เจ้ามอบให้พ่อนั้นมีค่ายิ่งกว่าดอกไม้มากมายนัก"
"อะไรหรือครับ"
"ความซื่อสัตย์ไงละ"
เรื่องราวเป็นอย่างไรกันแน่...
ชายชราจึงเปิดเผ ยความลับต่อลูกๆ ว่า ที่แท้เมล็ดพืชที่ตนแจกแก่ลูกๆ นั้น
เป็นเมล็ดพืชที่นำไปคั่วจนสุกแล้ว ดังนั้น
ต้นไม้ที่ผลิดอกสวยงามเหล่านั้น
ล้วนมาจากเมล็ดพืชจากที่อื่นไม่ใช่เมล็ดพืชที่ผู้เป็นพ่อแจกให้
ดอกไม้พวกนี้จึงเป็นสักขีพยานยืนยันความไม่ซื่อตรงของพวกเขา
สุดท้ายชายชราจึงกล่าวอบรมลูก ๆ ว่า
"ขอให้ลูกๆ จงเป็นคนซื่อตรงเถิด ความซื่อตรงเป็นสมบัติอันล้ำค่าของคนเรา"
ชายชราผู้มองการณ์ไกล มิได้มองหาลูกชายที่แข็งแรง ร่ำรวย
หรือเฉลียวฉลาดเลย หากแต่มองหาลูกชายที่ซื่อสัตย์จริงใจ
แม้เสียวเหลียงจือ จะมีเพียงกระถางว่างเปล่า
แต่ใจของเขางดงามยิ่งกว่าดอกไม้ใด ๆ
เพราะเป็นใจที่เต็มเปี่ยมด้วยความซื่อสัตย์
ซึ่งเป็นคุณสมบัติอันหาได้ยากยิ่ง
ในโลกที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งแข่งขันนี้
เขาจึงเป็นผู้ที่ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ
และได้รับมอบหมายสิ่งสำคัญจากผู้เป็นบิดา
นี้ย่อมแสดงให้เห็นว่า ความซื่อตรง และจริงใจ เป็นสิ่งที่ทุกคนคาดหวัง
อยากได้จากกันและกันมากที่สุด ในชีวิตของเรา
เมื่อเราปรารถนาความซื่อตรงจริงใจจากทุกคน เราก็ควรเริ่มจากตัวของเราก่อน
มอบความซื่อตรงจริงใจให้แก่กัน
เพราะนี่คือสมบัติอันล้ำค่าที่เราทุกคนต่างปรารถนา
และสามารถมอบให้แก่กันและกันได้ ให้โลกนี้ งดงามด้วยความจริงใจ
งามยิ่งกว่าดอกไม้ใดๆ ทั้งมวล..
ชายชราผู้มองการณ์ไกล มิได้มองหาลูกชายที่แข็งแรง ร่ำรวย
หรือเฉลียวฉลาดเลย หากแต่มองหาลูกชายที่ซื่อสัตย์จริงใจ
แม้เสียวเหลียงจือ จะมีเพียงกระถางว่างเปล่า
แต่ใจของเขางดงามยิ่งกว่าดอกไม้ใด ๆ
เพราะเป็นใจที่เต็มเปี่ยมด้วยความซื่อสัตย์
ซึ่งเป็นคุณสมบัติอันหาได้ยากยิ่ง
ในโลกที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งแข่งขันนี้
เขาจึงเป็นผู้ที่ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ
และได้รับมอบหมายสิ่งสำคัญจากผู้เป็นบิดา
นี้ย่อมแสดงให้เห็นว่า ความซื่อตรง และจริงใจ เป็นสิ่งที่ทุกคนคาดหวัง
อยากได้จากกันและกันมากที่สุด ในชีวิตของเรา
เมื่อเราปรารถนาความซื่อตรงจริงใจจากทุกคน เราก็ควรเริ่มจากตัวของเราก่อน
มอบความซื่อตรงจริงใจให้แก่กัน
เพราะนี่คือสมบัติอันล้ำค่าที่เราทุกคนต่างปรารถนา
และสามารถมอบให้แก่กันและกันได้ ให้โลกนี้ งดงามด้วยความจริงใจ
งามยิ่งกว่าดอกไม้ใดๆ ทั้งมวล..
ขอบพระคุณครับ
=ครูแหลม=




